ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่มีความซับซ้อนในโลก ในยุคสมัย และในประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอิหร่านได้ผ่านการทดสอบความผันผวนระหว่างประเทศมากมาย

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายอิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้พบปะพูดคุยกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ กรุงปักกิ่ง โดยผู้นำทั้งสองมุ่งมั่นที่จะกระชับและยกระดับความเป็นหุ้นส่วนของทั้งสองประเทศ

ADVERTISEMENT

นายสี จิ้นผิง กล่าวกับนายไรซี ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า จีนมุ่งมั่นพัฒนาความร่วมมือฉันมิตรกับอิหร่านเพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-อิหร่าน อันจะนำไปสู่การพัฒนาครั้งใหม่

นายไรซีกล่าวว่า มิตรภาพอันยาวนานแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป

หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่จริงใจ

นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนและอิหร่านสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 สร้างความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน และสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในส่วนของความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ซึ่งเป็นการส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันและรักษาความถูกต้องยุติธรรมระหว่างประเทศ

จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมานานหลายปีแล้ว ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2565 มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างจีนกับอิหร่านอยู่ที่ 1.116 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบรายปี โดยมูลค่าการส่งออกจากจีนไปยังอิหร่านอยู่ที่ 6.214 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบรายปี และมูลค่าการนำเข้าจากอิหร่านสู่จีนอยู่ที่ 4.946 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบรายปี

ในปี 2565 ทั้งสองฝ่ายร่วมกันประกาศใช้แผนความร่วมมือรอบด้าน 25 ปี โดยเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน กำลังการผลิต วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแพทย์และการดูแลสุขภาพ

ในการพบกันครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามแผนความร่วมมือรอบด้านอิหร่าน-จีน พร้อมกับเรียกร้องให้สร้างความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในด้านต่าง ๆ เช่น การค้า โครงสร้างพื้นฐาน และการเกษตร เป็นต้น

นอกจากนี้ นายไรซียังเรียกร้องให้ผู้ประกอบการจีนเข้ามาลงทุนและทำธุรกิจในอิหร่าน และแสดงความคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเยือนอิหร่านมากขึ้น

ส่งเสริมระบบพหุภาคีที่แท้จริง

การรักษาเสถียรภาพในตะวันออกกลางมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในภูมิภาค นอกจากนั้นยังมีความสำคัญต่อการรักษาสันติภาพของโลก ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลก และรับประกันอุปทานพลังงานที่มั่นคง

เมื่อเดือนกันยายน 2565 ในการประชุมสภาประมุขแห่งรัฐสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ครั้งที่ 22 ได้มีการลงนามในบันทึกการเป็นสมาชิกของอิหร่านในองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และนายไรซีได้ออกคำสั่งให้บังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเป็นสมาชิกของอิหร่านในองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566

นายไรซีสนับสนุนและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ข้อริเริ่มการพัฒนาระดับโลก (GDI) และข้อริเริ่มความมั่นคงระดับโลก (GSI) ซึ่งล้วนนำเสนอโดยจีน พร้อมกับเน้นย้ำว่าอิหร่านจะรักษาความร่วมมืออย่างดีกับองค์กรต่าง ๆ เช่น องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ตลอดจนร่วมกันปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก

นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับอิหร่านเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารและการประสานงานในเวทีต่าง ๆ เช่น สหประชาชาติ และองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ตลอดจนส่งเสริมระบบพหุภาคีที่แท้จริง และปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศกำลังพัฒนา

นายสี จิ้นผิง กล่าวเสริมว่า จีนจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับอิหร่านภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเชื่อมโยงกัน รวมถึงขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและวัฒนธรรม

https://news.cgtn.com/news/2023-02-14/Xi-holds-talks-with-Iranian-president-1hq5yH3mBdC/index.html

Email

Media123

You Missed