โอกาสแบบนี้ที่คุณพลาดไม่ได้ เพื่อสร้างการตัดสินใจซื้อให้กับสินค้าและบริการของคุณ

ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลได้หลากหลายช่องทาง ยิ่งถ้ามาพร้อมคำแนะนำจากคนรู้จักก็ยิ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้นักการตลาดควรหันมาใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing ซึ่งจะมีการเลือกใช้ Influencer หลายระดับแตกต่างกันไปในแต่ละแคมเปญ โดยทั่วไปจะมีการแบ่งประเภทของ Influencer ตามจำนวน Follower ดังนี้

กลุ่มที่ 1 : Celebrity เป็นคนมีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามมากกว่า 7 ล้านคนขึ้นไปใน Instagram, Facebook และ Twitter ส่วนใหญ่เป็นคนที่ชื่นชอบหรือกลุ่มแฟนคลับ พวกเขามักจะเข้ามาดูคอนเทนต์เพราะมีเนื้อหาที่น่าสนใจ 

กลุ่มที่ 2 : Macro Influencer เป็นคนที่มีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คนขึ้นไป คนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้น่าติดตาม และสร้างสรรค์เนื้อหาได้โดนใจแฟน ๆ 

กลุ่มที่ 3 : Micro Influencer มีผู้ติดตาม 5,001 – 100,000 คน เป็นคนที่มีความรู้ เชี่ยวชาญในเรื่องที่ตัวเองถนัดเป็นอย่างดี เน้นทำในสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจจริง ๆ จึงถูกมองว่าเป็นคนที่น่าเชื่อถือ คนกลุ่มนี้สามารถสร้างความสัมพันธ์กับ Follower ได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะเนื้อหาที่มีความเฉพาะจึงดึงดูดคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กันได้ 

กลุ่มที่ 4 : Nano Influencer คนกลุ่มนี้มีผู้ติดตามเพียง 1,000 – 5,000 คน มีความคล้ายกับ Micro Influencer คือ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรืออาจเป็นคนในพื้นที่ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนในท้องที่นั้น ๆ

Micro Influencer คือใคร?

พวกเขามักจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ อาจจะเป็นในด้านแฟชั่น อาหาร การออกกำลังกาย ท่องเที่ยว หรืออื่น ๆ และอยากแชร์เรื่องราวให้คนอื่นรับรู้ (Natural Sharer) เพราะความรู้ลึกรู้จริงทำให้พวกเขามีความน่าเชื่อถือ และได้รับความเชื่อมั่นจาก Follower ของพวกเขาค่อนข้างมาก

จากข้อมูลการวิจัยการตลาดออนไลน์ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) พูดถึง Micro Influencer ว่า พวกเขามีอิทธิพลในการโน้มน้าวใจผู้บริโภคได้มากกว่าการตลาดแบบเก่า พวกเขามีความจริงใจในการรีวิวเนื้อหา มีความเป็นธรรมชาติ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย มีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตัวเองถนัด (Expert) และมีวิธีการโปรโมตผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รู้ว่าผู้ชมของตัวเองชอบอะไร จึงสร้างคอนเทนต์ที่ตรงใจได้ไม่ยาก ส่งผลให้เกิดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ได้มากกว่า

 

ทำไมนักการตลาดต้องใช้ Micro Influencer?

เพราะความเป็นกันเองของ Micro Influencer ทำให้ Follower รู้สึกเหมือนพวกเขาเป็นเพื่อน ครอบครัว พี่น้อง หรือคนที่อยู่ในระดับเดียวกัน จากแบบสำรวจของ Trust Barometer มีการถามผู้บริโภคว่าทำไมถึงเชื่อ Micro Influencer ซึ่งผู้บริโภค 61% บอกว่าเลือกที่จะติดตามพวกเขาเพราะรู้สึกว่ามีอะไรคล้ายกัน และยังมีความเป็นกันเอง เข้าถึงง่ายมากกว่าคนดังเกือบ 2 เท่า

จากการศึกษาของ HelloSociety บอกว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะติดตาม Micro Influencer มากกว่าติดตามแบรนด์ถึง 3 เท่า นอกจากนั้น จากข้อมูลของ Edelman ยังบอกอีกว่า ผู้บริโภคร้อยละ 58 เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของ Micro Influencer

จากสถิติดังกล่าว จะเห็นว่า Micro Influencer ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยในการสร้าง Awareness หรือ Engagement ให้กับแบรนด์เท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายจนอาจนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ด้วย

ข้อดีของ Micro Influencer คืออะไร? 

1) มี Engagement Rate ที่ไม่ธรรมดา

บางครั้งนักการตลาดอาจเลือก Influencer จากจำนวน Followers แต่ความจริงแล้วในบางกรณี สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ การที่ Followers มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ หรือ Micro Influencer ที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ ยกตัวอย่างแบรนด์ Forever21 ที่ให้ Micro Influencer อย่าง Kristal ช่วยดึงดูด Followers ด้วยการตอบคอมเมนต์และพูดขอบคุณที่สนับสนุนแบรนด์มาโดยตลอด ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ โดยรวมแล้วเธอสร้าง Engagement Rate ได้ถึง 25.1% คิดเป็น 3,361 ไลก์ และ 130 คอมเมนต์

 

2) ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

จากรายงานของ Bloglovin บอกว่า 84% ของ Micro Influencer บน Instagram คิดค่าใช้จ่ายต่อโพสต์น้อยกว่า 250 เหรียญ และใน Twitter คิดค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 500 เหรียญ ซึ่งมีราคาถูกกว่าการจ้าง Celebrity หรือ Macro Influencer มาก ในขณะเดียวกันบริษัทเอเยนซี่อย่าง Markerly ได้ทำการสำรวจโดยพบว่า Micro Influencer สามารถสร้างเนื้อหาให้มีการเข้าถึงและมี Engagement สูง ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดี เหมาะกับนักการตลาดที่มีงบจำกัดด้วย

 

3) มีความน่าเชื่อถือ 

จากการวิจัยทางการตลาดของ Trust Barometer กล่าวว่า ผู้บริโภค 63% หรือผู้บริโภคเกือบ 2 ใน 3 บอกว่า พวกเขาเชื่อ Micro Influencer มากกว่าโฆษณาสินค้าของแบรนด์ เพราะโฆษณาทำให้รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียด ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ ดังนั้นหากแบรนด์อยากสร้างความไว้ใจอาจต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ซึ่งการใช้ Micro Influencer ก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมมากเช่นกัน

ทำไมต้อง Revu

ลงทะเบียนวันนี้

  • แพลตฟอร์มการทำ Micro influencer Marketing  ที่จะช่วยคุณสร้าง Content รีวิวจากผู้ใช้จริง 
  • ช่วยจัดการและบริหาร Micro influencer อย่างเป็นระบบ ลดระยะเวลาการทำงานของ แบรนด์ หรือ Agency ไม่ต้องติดต่อ Micro influencer ด้วยตนเอง 
  • เรามี Report real time ที่สามารถให้คุณเข้ามาดูข้อมูลได้ทันที และยังสามารถเข้าดูได้ตลอดถึงแม้จะจบแคมเปญไปแล้ว
  • ให้คุณสามารเลือกช่องทางในการทำแคมเปญที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น Blog, Facebook หรือ Instagram ฯลฯ

Revu เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน

เจ้าของธุรกิจ (SME)
เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วยการลงทุนน้อย

Brand ขนาดใหญ่
ที่ต้องการสร้าง Content ที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดและสร้าง Voice ในออนไลน์

Agency
ที่ต้องการลดระยะเวลาในการติดต่อ Micro influencer ด้วยตัวเอง

ลงทะเบียนวันนี้

ทีมผู้เชี่ยวชาญจะติดต่อกลับคุณพร้อมพูดคุยให้คำปรึกษา ฟรี!

สิ่งที่คุณจะได้รับ

 

  • วางแผนกลยุทธ์ Micro influencer Marketing ให้เข้ากับธุรกิจคุณ
  • มีทีมงานประสานงานติดต่อ Micro influencer ตั้งแต่ต้น-จนจบแคมเปญ
  • Content รีวิวจากผู้ใช้ตัวจริง (Micro influencer)
  • Report real time ให้คุณได้ดูข้อมูลได้ทันที

 

Our Experience

Revu Thailand กับประสบการณ์การดูแลลูกค้ามากว่า 500 ราย และวางแผนกลยุทธ์รีวิวสินค้าและบริการทุกประเภทมาแล้วมากกว่า 20,000 รีวิว  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ Skin care,Clinic,OEM,Agency,Hotel,เครื่องใช้ไฟฟ้า,อาหาร,อุปกรณ์ออกกำลังกาย ฯลฯ

ผลลัพธ์ของแคมเปญที่ผ่านมา

เพียงแค่ทำ Content ที่รองรับการ Search ของผู้บริโภค ภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนสามารถทำยอดขายถึง 100 ล้านบาท

กระตุ้น Awareness จนเป็นกระแส เมื่อ Consumer มา Search และเจอ Content รีวิวจากผู้ใช้จริง  ผ่านไป 12 เดือน Page view จากคนอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงมากถึง 3.4M

ลงทะเบียนวันนี้

ทีมผู้เชี่ยวชาญจะติดต่อกลับคุณพร้อมพูดคุยให้คำปรึกษา ฟรี!

334 Views