วว. ออกบทเฉพาะกาล ร่วมควบคุม ป้องกัน การแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ในกิจกรรมการตรวจประเมิน รับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ บริการ

วว. ออกบทเฉพาะกาล ร่วมควบคุม ป้องกัน การแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ในกิจกรรมการตรวจประเมิน รับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ บริการ

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนดมาตรการเพื่อสนับสนุนการจัดการวิกฤต รวมทั้งควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โควิด-19 ระลอกใหม่ ที่อาจเกิดขึ้นในกิจกรรมการตรวจประเมินและรับรองระบบริหารจัดการตามมาตรฐานต่างๆ ได้แก่ มาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, OHSAS 18001, ISO 45001, GMP, HACCP, ISO 22000, มกษ., GMP กฎหมาย การรับรองผลิตภัณฑ์และบริการ ได้แก่ เกษตร GAP เกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์พลาสติกสลายตัวทางชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ระบบขนส่งทางราง มาตรฐานการท่องเที่ยว โดยเลื่อนกิจกรรมการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Assessment) ตั้งแต่ 8 มกราคม 2564 เป็นต้นไป จะนัดหมายกำหนดวันเข้าตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการในแต่ละแห่งล่วงหน้า ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันนัดหมายเดิมที่กำหนด

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งมีการระบาดในวงกว้างขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ให้สามารถปฏิบัติงาน เพื่อป้องกัน ชะลอ และบรรเทาผลจากการระบาด วว. โดย สำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.) จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อสนับสนุนการจัดการวิกฤตในครั้งนี้ รวมทั้งควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้นในกิจกรรมการตรวจประเมินและรับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานต่างๆ ดังนี้ จะดำเนินการตรวจประเมินเอกสารและหลักฐานเป็นหลัก โดยจะเลื่อนกิจกรรมการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Assessment) ตั้งแต่ 8 มกราคม 2564 เป็นต้นไป และจะนัดหมายกำหนดวันเข้าตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการในแต่ละแห่งล่วงหน้า ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันนัดหมายเดิมที่กำหนด โดยจะดำเนินการตรวจประเมิน เอกสารและหลักฐานเป็นหลัก พร้อมใช้วิธี VDO conference หรือใช้ Appilcation อื่นๆ กรณีผู้รับบริการประสงค์ตรวจประเมินเพื่อความมั่นใจว่าผู้รับบริการยังรักษาระบบคุณภาพได้ ทั้งนี้ วว.ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการให้กับผู้ได้รับการรับรองจาก สรร. ซึ่งใบรับรองยังไม่หมดอายุ และยื่นคำร้องขอต่ออายุการรับรองกับ สรร. ก่อนใบรับรองหมดอายุเท่านั้น โดยมีรายละเอียดในแต่ละกรณี ดังนี้

การตรวจประเมินเพื่อการรับรอง (Initial Assessment) ผู้ขอรับบริการรายใหม่ เจ้าหน้าที่การตลาดของ สรร. ต้องแจ้งให้ผู้ขอรับบริการรับทราบมาตรการดังกล่าวข้างต้น กรณีที่ผู้ขอรับบริการได้รับการตรวจประเมิน ขั้นตอนที่ 1 (Stage 1) และยังไม่ได้รับการเข้า ตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 ผู้ขอรับบริการสามารถขอนัดวันตรวจประเมินดังกล่าว ไม่เกิน 6 เดือนนับจากขั้นตอนที่ 1 ทั้งนี้ หากครบกำหนด 6 เดือนดังกล่าวหลังจากวันที่ 8 มกราคม 2564 เป็นต้นไป สามารถขยายระยะเวลาการเข้าตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 ได้อีกไม่เกิน 6 เดือน โดย สรร. ขอสงวนสิทธิ์ ในการพิจารณาหากพบว่าผู้ขอรับบริการมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ อาจปรับเป็นการตรวจประเมินในขั้นตอนที่ 1 ใหม่ โดยผู้ขอรับบริการต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินดังกล่าว ส่วนการตรวจประเมินผลิตภัณฑ์และการบริการ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ลงนามรับคำขอบริการ และอาจพิจารณาขยายการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการเพิ่มเติมเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ครบกำหนด 6 เดือนก่อนหน้านี้ แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง

การตรวจติดตามผลครั้งที่ 1 (First Surveillance Assessment) ในกรณีการตรวจประเมินระบบคุณภาพ กรณีการตรวจติดตามผล กำหนดไว้ปีละครั้ง การนัดวันเข้าตรวจติดตามผลครั้งที่ 1 ปกติจะนับจากวันที่คณะกรรมการทบทวนการรับรองตัดสินให้การรับรอง ไม่เกิน 12 เดือน กรณีที่นัดหมายวันเรียบร้อยแล้วหรือตามวันที่ครบกำหนด นับจากวันที่ 8 มกราคม 2564 ไม่เกิน 6 เดือน ผู้ได้รับการรับรองสามารถขอเลื่อนวันตรวจติดตาม ณ สถานประกอบการได้ แต่ต้องส่งเอกสารและบันทึกต่างๆ ให้กับผู้ตรวจประเมินภายในวันที่นัดหมายเดิมหรือตามวันที่ครบกำหนด ผู้ตรวจประเมินจะทำการตรวจประเมินเอกสารหลักฐานและสอบถามผ่านทาง Electronic mail เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ได้รับการรับรองสามารถรักษาระบบได้อย่างต่อเนื่อง และนัดหมายวันเข้าตรวจติดตาม ณ สถานประกอบการใหม่ต่อไป ทั้งนี้ ไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่นัดหมายเดิม หากได้รับการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการเรียบร้อย ผู้ตรวจประเมินจะเสนอให้คงสถานะการรับรองต่อไป และจะนัดหมายเข้าตรวจติดตามผลครั้งที่ 2 ตามแผนเดิม

กรณีที่การตรวจติดตามผล กำหนดไว้ตรวจทุก 9 เดือน การนัดวันเข้าตรวจติดตามผลครั้งที่ 1 กรณีที่นัดหมายวันเรียบร้อยแล้วหรือตามวันที่ครบกำหนด นับจากวันที่ 8 มกราคม 2564 ไม่เกิน 6 เดือน ผู้ได้รับการรับรองสามารถขอเลื่อนวันตรวจติดตาม ณ สถานประกอบการได้ แต่ต้องส่งเอกสารและบันทึกต่างๆ ให้กับผู้ตรวจประเมินภายในวันที่นัดหมายเดิมหรือตามวันที่ครบกำหนด ผู้ตรวจประเมินจะทำการตรวจประเมินเอกสารหลักฐานและสอบถามผ่านทาง Electronic mail เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ได้รับการรับรองสามารถรักษาระบบได้อย่างต่อเนื่อง และนัดหมายวันเข้าตรวจติดตาม ณ สถานประกอบการใหม่ต่อไป ทั้งนี้ ไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่นัดหมายเดิม หากได้รับการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการเรียบร้อย ผู้ตรวจประเมินจะเสนอให้คงสถานะการรับรองต่อไป และจะนัดหมายเข้าตรวจติดตามผลครั้งที่ 2 ตามแผนเดิม ส่วนการตรวจประเมินผลิตภัณฑ์และบริการ กรณีที่ใบรับรองของผู้ได้รับการรับรองครบกำหนดในการตรวจประเมินเพื่อติดตามผลการรับรองครั้งที่ 1 ในช่วงการแพร่ระบาดช่วงนี้จะขยายการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการเพิ่มเติม เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ครบกำหนด 6 เดือนก่อนหน้านี้ แต่เกิน 2 ครั้ง จะต้องมีการทวนสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องในวันที่ครบกำหนดการตรวจประเมินหรือเร็วกว่าโดยผ่านกระบวนการที่กำหนดขึ้น เช่น การ VDO Call หรือการใช้โทรศัพท์พูดคุย เป็นต้น และรอบการรับรองยังคงเดิม

การตรวจติดตามผลครั้งที่ 2 หรือ 3 (Second or Third Surveillance Assessment) ในส่วนของการตรวจประเมินระบบคุณภาพ กรณีนัดหมายวันเรียบร้อยแล้วหรือตามวันที่ครบกำหนด นับจากวันที่ 8 มกราคม 2564 ไม่เกิน 6 เดือน ผู้ได้รับการรับรองสามารถขอเลื่อนวันตรวจติดตาม ณ สถานประกอบการได้ แต่ต้องส่งเอกสารและบันทึกต่างๆ ให้กับผู้ตรวจประเมินภายในวันที่นัดหมายเดิมหรือตามวันที่ครบกำหนด ผู้ตรวจประเมินจะทำการตรวจประเมินเอกสารหลักฐานและสอบถามผ่านทาง Electronic mail เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับการรับรองสามารถรักษาระบบได้อย่างต่อเนื่อง และนัดหมายวันเข้าตรวจติดตาม ณ สถานประกอบการใหม่ต่อไป ทั้งนี้ ไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่นัดหมายเดิม หากได้รับการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการเรียบร้อย ผู้ตรวจประเมินจะเสนอให้คงสถานะการรับรองต่อไป และจะนัดหมายเข้าตรวจติดตามผลครั้งต่อไป (ถ้ามี) ตามแผนเดิม ส่วนการตรวจประเมินผลิตภัณฑ์และบริการ กรณีที่ใบรับรองของผู้ได้รับการรับรองครบกำหนดในการตรวจประเมินเพื่อติดตามผลการรับรอง ในช่วงการแพร่ระบาดช่วงนี้ จะขยายการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการออกไปไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ครบกำหนด ถ้าหากสถานการณ์ไม่กลับสู่ภาวะปกติภายใน 6 เดือน นับจากวันที่กำหนด จะพิจารณาขยายการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการเพิ่มเติม เป็นระยะไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ครบกำหนด 6 เดือนก่อนหน้านี้ แต่เกิน 2 ครั้ง จะต้องมีการทวนสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องในวันที่ครบกำหนดการตรวจประเมินหรือเร็วกว่าโดย ผ่านกระบวนการที่กำหนดขึ้น เช่น การ VDO Call หรือการใช้โทรศัพท์พูดคุย เป็นต้น และรอบการรับรองจะคงเดิม

การตรวจประเมินใหม่ (Recertification Assessment) ในส่วนการตรวจประเมินระบบคุณภาพ กรณีนัดหมายวันเรียบร้อยแล้วหรือตามวันที่ครบกำหนดยื่นขอรับต่ออายุการรับรอง (ก่อน 120 วันของวันที่หมดอายุการรับรอง) นับจากวันที่ 8 มกราคม 2564 ไม่เกิน 6 เดือน ผู้ได้รับการรับรองสามารถขอเลื่อนวันตรวจประเมินใหม่ ณ สถานประกอบการได้ แต่ต้องส่งเอกสารและบันทึกต่างๆ ให้กับผู้ตรวจประเมินภายในวันที่นัดหมายเดิมหรือตามวันที่ครบกำหนด ผู้ตรวจประเมินจะทำการตรวจประเมินเอกสารหลักฐานและสอบถามผ่านทาง Electronic mail เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ได้รับการรับรองสามารถรักษาระบบได้อย่างต่อเนื่อง และนัดหมายวันเข้าตรวจติดตาม ณ สถานประกอบการใหม่ต่อไป ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่นัดหมายเดิม หากได้รับการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการเรียบร้อย ผู้ตรวจประเมินจะเสนอให้การรับรองต่อไป โดยใบรับรองใหม่จะมีวันหมดอายุ นับจากวันหมดอายุในรอบเดิม ส่วนการตรวจประเมินผลิตภัณฑ์และบริการ ในกรณีที่ใบรับรองของผู้ได้รับการรับรองหมดอายุในช่วงการแพร่ระบาดของโรค จะขยายการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการออกไปไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่การรับรองหมดอายุในใบรับรอง แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการยื่นคำขอเพื่อต่ออายุการรับรองก่อน 120 วัน นับจากวันรับรองหมดอายุ ถ้าหากสถานการณ์ไม่กลับสู่ภาวะปกติภายใน 6 เดือน นับจากวันที่การรับรองหมดอายุในใบรับรอง จะพิจารณาขยายการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ครบกำหนด 6 เดือนก่อนหน้านี้ แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง จะต้องมีการทวนสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องในวันที่ครบกำหนดการตรวจประเมินหรือเร็วกว่าโดยผ่านกระบวนการที่กำหนดขึ้น เช่น การ VDO Call หรือการใช้โทรศัพท์พูดคุย เป็นต้น ซึ่งในกรณีนี้การรับรองจะนับจากวันที่ใบรับรองเดิมหมดอายุ

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวถึงภาพรวมของการดำเนินงานองค์กร ว่า ได้กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 4-29 มกราคม 2564 หรือจนกว่ามีการประกาศเปลี่ยนแปลง ดังนี้ (1) สนับสนุนมาตรการปฏิบัติงาน ณ บ้านพัก (Work From Home : WFH) บางส่วน ตั้งแต่วันที่ 4-29 มกราคม 2564 (2) การลงเวลาปฏิบัติงาน งดการสแกนนิ้ว ให้ใช้ App. “ไทยชนะ” เพื่อใช้เป็นข้อมูลควบคุมการแพร่ระบาด (3) งานด้านการเงิน การคลัง การจัดซื้อ จัดจ้าง เปิดบริการให้แก่ลูกค้าตามปกติ (4) งานบริการเพื่อภาคอุตสาหกรรม งานบริการงานวิจัย เปิดบริการให้แก่ลูกค้าตามปกติ และ (5) ช่องทางการติดต่อสื่อสารกับ วว. มี 2 ช่องทางคือ อีเมล ibs@tistr.or.th หรือช่องทางสื่อสารประจำตัวกับบุคลากรที่ลูกค้าเคยประสานงานไว้ และโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ โทร. 0 2577 9000 ในวันและเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.)

 

176 Views