ลงทุนอะไรดี? เทคนิคเลือกกองทุนรวม

กองทุนรวม คือ เครื่องมือในการลงทุน (investment vehicle) สำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ประสงค์จะนำเงินมาลงทุนในตลาดเงินตลาดทุน  แต่ติดขัดด้วยอุปสรรคหลายประการ ที่ทำให้การลงทุนด้วยตนเองไม่สามารถได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ต้องการ เช่น

  • มีทุนทรัพย์จำนวนจำกัด ไม่สามารถกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเภทได้มากพอ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน หรือ
  • ไม่มีประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญในการลงทุน หรือ
  • ไม่มีเวลาจะศึกษา ค้นหา และติดตามข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจการลงทุน

กองทุนรวม จึงเป็นเครื่องมือในการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ มีการจัดการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดมุ่งหมาย ให้การลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีสุด ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้

การที่เราจะเลือกกองทุนที่ “ใช่” เหมาะกับเป้าหมายและสไตล์การลงทุน แถมอยู่ในความเสี่ยงที่รับได้ เริ่มง่ายๆ จากถามตัวเองให้ชัดเจนก่อน

  • วัตถุประสงค์ในการลงทุนของเราคืออะไร?
  • ยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน?
  • มีระยะเวลาลงทุนนานเท่าไหร่?

เพราะการตอบ 3 คำถามข้างต้น จะเป็นตัวช่วยให้เรากำหนดทิศทางการลงทุนและเลือกกองทุนที่เหมาะกับตัวเราได้เบื้องต้น

ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการลงทุนระยะยาว รับความเสี่ยงได้ และคาดหวังผลตอบแทนสูง กองทุนหุ้นอาจเป็นคำตอบ แต่หากเรามีระยะเวลาลงทุนสั้นๆ ยอมรับการขาดทุนแทบจะไม่ได้เลย กองทุนตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ก็อาจจะเหมาะมากกว่า เพราะความเสี่ยงต่ำ แต่แน่นอนว่าผลตอบแทนก็ต่ำด้วยเช่นกัน

หรือถ้าคุณกำลังมองหาช่องทางประหยัดภาษีอยู่ ก็ต้องแฝดพี่น้องคู่นี้ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” รับรองช่วยประหยัดภาษีได้แน่นอน

เทคนิคง่ายๆ ในการเลือกกองทุนที่ “ใช่” สำหรับตัวเรา

กองทุนที่ “ใช่” ต้องมีนโยบายการลงทุนที่เหมาะกับเรา

เวลาจะเลือกกองทุนสักกอง เราต้องพิจารณานโยบายการลงทุนของกองทุนนั้น ต้องรู้ว่า… กองทุนที่เราสนใจเป็นกองทุนประเภทไหน นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อะไร เช่น หุ้นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หุ้นปันผล หุ้นเติบโต หุ้นในประเทศ หรือหุ้นต่างประเทศ ฯลฯ สัดส่วนเท่าไหร่ ความเสี่ยงของกองทุนมีอะไรบ้าง จ่ายปันผลหรือไม่ ซื้อขั้นต่ำต้องใช้เงินเท่าไหร่ อายุกองทุนผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแค่ไหน ศึกษาให้ละเอียด เพื่อจะได้เลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและสไตล์การลงทุนของเรา

กองทุนที่ “ใช่” ต้องมีผลตอบแทนสม่ำเสมอ

พิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน เพื่อดูความสม่ำเสมอของผลการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) และกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกัน โดยเลือกกองทุนที่มีผลการดำเนินงานหรือให้อัตราผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

วิธีดูง่ายๆ คือ ดูว่าหากกองทุนทำผลงานได้สม่ำเสมอ ติดอยู่อันดับต้นๆ ในหลายช่วงเวลา เช่น 6 เดือน 1 ปี และ 3 ปี แปลว่า… กองทุนกองนี้ก็น่าจะมีโอกาสหรือมีศักยภาพที่จะทำผลงานได้ดีต่อไปในอนาคต

กองทุนที่ “ใช่” ต้องมีค่าธรรมเนียมกองทุนต่ำ

ค่าธรรมเนียมการซื้อขายและค่าใช้จ่ายที่กองทุนเรียกเก็บ เป็นอีกส่วนสำคัญที่ต้องเช็คให้ดี เพราะหากค่าธรรมเนียมสูงเกินไป ก็หมายถึงผลตอบแทนที่เราได้จะลดลงด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลือกกองทุนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆ ที่มีลักษณะและนโยบายการลงทุนคล้ายกัน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมมากเกินความจำเป็น

หากผ่านเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่เราตั้งไว้ จะรอช้าอะไร… มาเริ่มลงทุนในกองทุนกันเลย

ที่มา :

146 Views