ปัจจุบันนี้ การแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น หุ้น หรือ Stocks forex หรือเงินดิจิทัล ทุกอย่างล้วนอยู่ในโลกออนไลน์ ทำให้ความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเร็วในการทำธุรกรรม ซึ่งเกิดจากการตัดสินใจที่รวดเร็ว และความเร่งรีบในการทำกำไรมักจะกระตุ้นให้เกิดความต้องการมากเป็นพิเศษ เลยกลายเป็นว่า พวกเขามองว่าการทำสิ่งนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการพนันมากกว่าการแลกเปลี่ยนหรือเก็งกำไรแบบมืออาชีพ การเก็งกำไรไม่ใช่การพนัน ความแตกต่างระหว่างการพนันและการเก็งกำไรคือการบริหารความเสี่ยง ด้วยการเก็งกำไร เราสามารถควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ มาดูกันว่าการจัดการความเสี่ยงในการเทรดต้องใช้อะไรบ้าง

การเทรด หรือการแลกเปลี่ยน คืออะไร

เทรดดิ้ง หรือ trading คือการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่ายขึ้นไป เช่น หากเราต้องการตู้เย็นมาใช้ที่บ้าน เราก็สามารถทำได้โดยการใช้เงินมาแลกเปลี่ยนเป็นตู้เย็น ซึ่งใช้เงินในการแลกเปลี่ยนเป็นหลัก ในสมัยก่อนนั้น การซื้อขายสามารถทำได้โดยการแลกเปลี่ยนสินค้า โดยสินค้าชิ้นหนึ่งจะถูกแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่น การแลกเปลี่ยนอาจกลายเป็นว่า A จะซ่อมหน้าต่างที่แตกของ B เพื่อแลกกับผลไม้ของ B นี่เป็นตัวอย่างการเทรดในแต่ละวันที่ใช้งานได้จริง จัดการได้ง่าย โดยมีการจัดการความเสี่ยงที่ค่อนข้างง่าย เพื่อลดความเสี่ยงนี้ A อาจขอให้ B แสดงผลไม้ของเขา เพื่อให้แน่ใจว่าผลไม้ของ B นั้นคุ้มค่าในการแลกเปลี่ยน นี่คือวิธีที่การค้าขายเป็นมานับพันปี เป็นกระบวนการของมนุษย์ที่ใช้งานได้จริง

กลยุทธ์การเทรด forex

มี 3 กลยุทธ์พื้นฐานในการเทรด ได้แก่ Martingale, anti-Martingale หรือการเก็งกำไร สำหรับกลยุทธ์ Martingale หมายถึงการเพิ่มเงินเป็นสองเท่าในแต่ละครั้งที่เราแพ้ โดยหวังว่าเราจะชนะและได้รับเงินที่ขาดทุนไปทั้งหมดกลับคืนมา พร้อมกับกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนกลยุทธ์ anti-Martingale นั้นเป็นตรงข้าม เราจะลดเงินลงครึ่งหนึ่งเมื่อแพ้ แต่จะเพิ่มเงินเป็นสองเท่าเมื่อเราชนะ ทฤษฎีนี้สามารถอนุมานได้ว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากการชนะและได้กำไรในจุดนั้น

กลยุทธ์ทั้งสองอย่างนี้เป็นกลยุทธ์ที่ดีมาก ๆ ในการเทรด forex หรือ stocks เพราะว่ามีความเสี่ยงที่จะเสียน้อยกว่า และยังสามารถเพิ่มผลกำไรให้กับเราได้เมื่อเทรดสำเร็จ แต่ต้องคำนึงด้วยว่า ไม่ควรเทรดตามความรู้สึก หรือสัญชาตญาณของเรา เราต้องมีการศึกษาตลาด อัตราการเทรด และสภาพคล่องเป็นอย่างดี หากไม่มีความรู้ตรงนี้ การเทรดก็เป็นเหมือนกับการพนันที่ใช้การเสี่ยงโชคเป็นหลัก ความเสี่ยงก็มากขึ้นตามด้วย

เทรด forex

รู้อัตราแลกเปลี่ยน

กฎข้อแรกในการจัดการความเสี่ยงคือ การคำนวณโอกาสที่การเทรดของเราจะประสบความสำเร็จ ในการทำเช่นนั้น เราต้องเข้าใจทั้งการวิเคราะห์พื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิค เราจะต้องเข้าใจตลาดที่เรากำลังซื้อขาย และรู้ว่าจุดกระตุ้นราคานั้นอยู่ตรงไหน เมื่อตัดสินใจทำ trading แล้ว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อไปคือ วิธีที่เราควบคุมหรือจัดการความเสี่ยง จำไว้ว่าถ้าเราสามารถวัดความเสี่ยงได้ เราก็สามารถจัดการกับมันได้ เราต้องยอมรับความเสี่ยงล่วงหน้าที่อาจเกิดขึ้นก่อนทำการซื้อขาย หากเรายอมรับความเสี่ยงและจัดการกับมันได้ เราก็สามารถเทรดต่อไปได้โดยไม่เครียดและกดดันมากจนเกินไป อย่าลืมทำความเข้าใจความแตกต่างเกี่ยวกับ market orders, limit orders และ stop orders ด้วย

สภาพคล่อง (Liquidity)

ปัจจัยเสี่ยงต่อไปคือสภาพคล่อง สภาพคล่องหมายความว่า มีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากพอเพื่อที่จะทำการซื้อขายได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ในกรณีของตลาด forex สกุลเงินหลักค่อยมีปัญหามากนัก และในตลาด spot ของฟอเร็กซ์มีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน แต่สภาพคล่องนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ได้กับทุกโบรกเกอร์ และไม่เหมือนกันในทุกสกุลเงิน เป็นสภาพคล่องของนายหน้าที่จะส่งผลกระทบต่อเทรดเดอร์ เว้นแต่ว่าเราทำการจะซื้อขายโดยตรงกับธนาคารที่ซื้อขายฟอเร็กซ์ขนาดใหญ่ คนส่วนมากมักจะเลือกโบรกเกอร์ออนไลน์เพื่อทำการเทรด แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนหลอกด้วย เลือกโบรกเกอร์รายใหญ่ที่มีชื่อเสียง อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อสภาพคล่องในการดำเนินการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลเวอเรจ (Leverage)

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถลงทุนได้มากขึ้น ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ตลาดฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่มีเลเวอเรจมาก โดยที่เราสามารถฝากเงินเพียง 1,000 บาท เพื่อทำการซื้อขาย 100,000 บาทได้จริง ปัจจัยเลเวอเรจในที่นี้จะอยู่ที่ 100:1 ดังนั้น หากเราเสีย 1 pip (หน่วยของการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด) ในเลเวอเรจ 100:1 จะเท่ากับ 10 บาท หากเรามี mini lots อยู่ 10 lots และเราเสียไป 50 pip เราจะเสียไปทั้งหมด 500 บาท ไม่ใช่ 50 บาท

แม้ว่าจะความเสี่ยงในการเสียจะมีมากขึ้น แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของตลาด spot forex คือ เลเวอเรจสูงมาก ๆ เลเวอเรจที่สูงนี้เป็นเพราะตลาดมีสภาพคล่องมาก ดังนั้นจึงเทรดได้ง่ายกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ หากเรามีเลเวอเรจที่ดีในการทำกำไร รับรองว่าผลตอบแทนของเราจะเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่ในทางกลับกัน หากเลเวอเรจไม่ดี เราก็จะเสียไปเยอะและเสียเร็วด้วยเช่นกัน

ในบรรดาความเสี่ยงจากการ trading ทั้งหมด ความเสี่ยงที่เราพบเห็นได้บ่อยที่สุด และจัดการได้ยากที่สุดคือ พฤติกรรมของนักเทรดเอง นักเทรดทุกคนต้องมีความรับผิดชอบในการตัดสินใจของตัวเอง การขาดทุนเป็นเรื่องปกติในวงการนี้ เราต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ขาดทุนได้ช้าที่สุด และหาวิธีที่จะพลิกจากการขาดทุนมาเป็นกำไรให้ได้ ความเสี่ยงมีอยู่ในทุก ๆ การซื้อขายที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็น stocks, forex หรือ crypto แต่ตราบใดที่เราสามารถประเมินความเสี่ยง รู้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เราก็สามารถจัดการกับมันได้ ด้วยแนวทางการเทรดที่มีวินัยและการซื้อขายที่ดี ความเสี่ยงเป็นวิธีเดียวที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเราได้

230 Views