CGTN: จีน-เยอรมนี ตอกย้ำความร่วมมือ “ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน”

นายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี คือผู้นำจากสหภาพยุโรปคนแรกที่เดินทางมาเยือนจีน หลังปิดฉากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 โดยเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวกับนายโชลซ์ว่า ทั้งสองประเทศที่มีอิทธิพลอย่างมากควรทำงานร่วมกัน “ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน” ท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและผันผวน และควรมีส่วนสนับสนุนสันติภาพและการพัฒนาโลกให้มากขึ้น

นายโชลซ์เน้นย้ำว่าเยอรมนีหวังที่จะติดต่อสื่อสารและประสานงานกับจีนต่อไป เพื่อส่งเสริมการปกป้องสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคและทั่วโลก

ความร่วมมือจีน-เยอรมนี เป็นประโยชน์ต่อสหภาพยุโรปและทั่วโลก

เนื่องจากเยอรมนีเป็นประเทศสำคัญในสหภาพยุโรป ความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคจึงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเยอรมนี ดังนั้นการยกระดับความร่วมมือจีน-เยอรมนี และจีน-สหภาพยุโรป จะเอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายและต่อทั่วโลก

ในระหว่างการพบกัน นายสี จิ้นผิง เน้นย้ำว่าจีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับเยอรมนีเพื่อสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านที่มุ่งเน้นอนาคต รวมถึงผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าใหม่ในความสัมพันธ์จีน-เยอรมนี และจีน-สหภาพยุโรป

นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนและเยอรมนีควรเคารพซึ่งกันและกัน ใส่ใจผลประโยชน์หลักของกันและกัน ยึดมั่นในการเจรจาและการปรึกษาหารือ ตลอดจนร่วมกันต่อต้านการแทรกแซงและการเผชิญหน้า

ประธานาธิบดีจีนกล่าวว่า จีนพร้อมที่จะยกระดับการประสานงานและความร่วมมือกับเยอรมนีและสหภาพยุโรปในส่วนของกิจการระหว่างประเทศ และร่วมกันแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหาร

นายโชลซ์กล่าวว่าโลกควรมีหลายขั้วอำนาจ ขณะที่บทบาทและอิทธิพลของประเทศเกิดใหม่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

เขาเน้นย้ำว่า เยอรมนีต่อต้านการเผชิญหน้า

ขณะเดียวกัน ผู้นำทั้งสองยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับวิกฤตในยูเครน โดยจีนสนับสนุนเยอรมนีและสหภาพยุโรปที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพ รวมถึงสร้างกรอบความมั่นคงของยุโรปที่สมดุล มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน นายสี จิ้นผิง กล่าว

“นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับทั้งเยอรมนีและจีน ความสัมพันธ์ของสองประเทศอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่านิยมทางการเมืองที่มีร่วมกัน แต่ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน บนการต่อสู้ร่วมกันเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะสร้างโลกพหุภาคี” ซ่ง ซิน (Song Xin) อดีตที่ปรึกษาทางการเมืองของรัฐสภายุโรป ระบุในบทความที่เผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็น (CGTN)

รองศาสตราจารย์หลิว หลี่หรง (Liu Lirong) จากสถาบันรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยฟูตัน ให้สัมภาษณ์กับซีจีทีเอ็นว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับเยอรมนีไม่เพียงเอื้อประโยชน์ต่อสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทั่วโลกด้วย

“จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก และเยอรมนีเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างจีนกับเยอรมนีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับความท้าทายระดับโลกมากมาย เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความมั่นคงทางอาหารของโลก” รองศาสตราจารย์หลิวกล่าว

ความร่วมมือจีน-เยอรมนี แสดงศักยภาพมหาศาล

การเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีเยอรมนีประจวบเหมาะกับวาระครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างจีนกับเยอรมนี

นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างจีนกับเยอรมนีมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการค้าทวิภาคีก็เติบโตขึ้นเกือบพันเท่า นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายควรขยาย “สัดส่วน” ของผลประโยชน์ร่วมกันให้ใหญ่ขึ้นต่อไป

ในโอกาสนี้ เขาได้เน้นย้ำถึงการสร้างความร่วมมือในด้านใหม่ ๆ เช่น พลังงานใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบดิจิทัล พร้อมกับขยายศักยภาพความร่วมมือในด้านเดิมที่มีอยู่แล้ว

นายโชลซ์กล่าวว่า จีนเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญของเยอรมนีและยุโรป และเยอรมนีพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับจีน

เขาเน้นย้ำว่า เยอรมนีสนับสนุนการเปิดเสรีการค้าและโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ และต่อต้าน “การแบ่งขั้ว”

จีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของเยอรมนีในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยปริมาณการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2564 จากไม่ถึง 300 ล้านดอลลาร์ในช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการทูต

กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสู่จีนแผ่นดินใหญ่ขยายตัว 15.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 1.00376 ล้านล้านหยวน ส่วนในรูปสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะ 1.553 แสนล้านดอลลาร์

(รายงานข่าว: นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พบกับนายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 / ซินหัว)

https://news.cgtn.com/news/2022-11-04/Xi-meets-German-Chancellor-Olaf-Scholz-1eGlonnwv1S/index.html

วิดีโอ – https://www.youtube.com/watch?v=wPc-2rIdiKg

Email

media123

media123

media123